หน้านี้สรุปโครงสร้างข้อสอบจริง เกณฑ์การให้คะแนน และสูตรคำนวณที่ออกสอบบ่อยที่สุด พร้อมภาพเคลื่อนไหวไล่ทีละขั้นตอน ให้เข้าใจว่าคำนวณอย่างไรและทำไมถึงได้คำตอบนั้น ก่อนไปลองทำข้อสอบจำลองด้านล่าง
ข้อสอบ IC Plain เป็นแบบทำผ่านคอมพิวเตอร์ (computer-based) แบ่งเป็น 3 ส่วน รวม 100 ข้อ ภายในเวลา 2.5 ชั่วโมง
ข้อสำคัญ: ต้องผ่านทั้งสองเกณฑ์พร้อมกัน — ได้ 85/100 รวม แต่จรรยาบรรณตอบถูกแค่ 12/20 ก็ยังไม่ผ่าน
โจทย์คำนวณในส่วนที่ 1 มักวนอยู่ไม่กี่รูปแบบ — ด้านล่างคือ 14 สูตรที่พบบ่อยที่สุดจากทั้ง 3 หมวด พร้อมตัวอย่างคำนวณจริงทีละขั้น เน้นจุดที่ออกสอบบ่อย
ผลตอบแทนรวมที่ได้จากการถือสินทรัพย์ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง นับรวมทั้งกำไร/ขาดทุนจากราคาและเงินปันผล/ดอกเบี้ยที่ได้รับ
P0 = ราคาซื้อตอนต้น · P1 = ราคาขาย/มูลค่าปัจจุบัน · D = เงินปันผลหรือดอกเบี้ยที่ได้รับระหว่างถือ
ราคาต่อหน่วยของกองทุนรวม คำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุน หักหนี้สินแล้วหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนที่มีอยู่
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนคำนวณ ณ สิ้นวันทำการ ตามราคาตลาดของสินทรัพย์ที่ถืออยู่จริง
Current Yield วัดผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเทียบราคาตลาดปัจจุบัน ส่วน YTM (Yield to Maturity) ประมาณผลตอบแทนรวมหากถือจนครบอายุ
พันธบัตรราคาต่ำกว่าพาร์ (discount) → YTM สูงกว่า Current Yield · ราคาสูงกว่าพาร์ (premium) → YTM ต่ำกว่า Current Yield
ผลตอบแทนเฉลี่ยบอกว่า "โดยเฉลี่ยได้เท่าไร" ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) บอกว่า "ผลตอบแทนแต่ละปีแกว่งออกจากค่าเฉลี่ยแค่ไหน" — SD สูง = ความเสี่ยงสูง
กองทุนสองกองที่ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนเท่ากัน แต่ SD สูงกว่า = เสี่ยงกว่า เพราะผลตอบแทนแกว่งขึ้นลงรุนแรงกว่า
Dividend Yield บอกผลตอบแทนเงินสดจากปันผลเทียบราคาหุ้น ส่วน P/E บอกว่าตลาดยอมจ่ายกี่เท่าของกำไรต่อหุ้น (EPS)
P/E สูง อาจหมายถึงตลาดคาดการณ์การเติบโตสูง หรือหุ้นมีราคาแพงเทียบกำไรปัจจุบัน — ต้องดูเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันเสมอ
ราคาพันธบัตรคือผลรวมของมูลค่าปัจจุบันของดอกเบี้ยแต่ละงวด บวกมูลค่าปัจจุบันของเงินต้นที่จะได้คืนเมื่อครบกำหนด คิดลดด้วยอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ (YTM)
เทียบอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (C) กับ YTM: C < YTM → ราคาต่ำกว่าพาร์ (Discount) · C = YTM → ราคาเท่าพาร์ (Par) · C > YTM → ราคาสูงกว่าพาร์ (Premium)
Duration วัดว่าราคาตราสารหนี้จะไหวตัวมากแค่ไหนเมื่ออัตราผลตอบแทนตลาด (Yield) เปลี่ยนไป — ยิ่ง Duration สูง ราคายิ่งผันผวนเมื่อดอกเบี้ยขยับ
V₋ = ราคาพันธบัตรเมื่อ Yield ลดลง · V₊ = ราคาเมื่อ Yield เพิ่มขึ้น · V₀ = ราคาปัจจุบัน · ΔY = การเปลี่ยนแปลงของ Yield (เป็นทศนิยม)
ใช้เปรียบเทียบว่ากองทุนหรือพอร์ตให้ผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยงที่รับมาหรือไม่ — Sharpe ใช้ความเสี่ยงรวม (SD) ส่วน Treynor และ Jensen ใช้ความเสี่ยงเชิงระบบ (Beta) เท่านั้น
Rp = ผลตอบแทนพอร์ต · Rf = ผลตอบแทนสินทรัพย์ไร้ความเสี่ยง · Rm = ผลตอบแทนตลาด · σp = ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของพอร์ต · βp = ความเสี่ยงเชิงระบบ · Jensen's α เป็นบวก = ทำผลงานได้ดีกว่าที่ CAPM คาดไว้ · จำไว้ว่า Total Risk = Systematic Risk (วัดด้วย β) + Unsystematic Risk (วัดด้วย SD) — การกระจายการลงทุนช่วยลดได้เฉพาะ Unsystematic Risk เท่านั้น
ตัวเลขผลตอบแทนที่เห็น (Nominal) ไม่ได้สะท้อนอำนาจซื้อที่แท้จริง ต้องหักผลของเงินเฟ้อออกก่อนเสมอ — ใช้ได้ทั้งกับผลตอบแทนการลงทุนทั่วไปและอัตราผลตอบแทนไร้ความเสี่ยง (Risk-free Rate)
อัตราเงินเฟ้อคำนวณจาก (CPI ปีนี้/CPI ปีก่อน) − 1 · ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบได้ ถ้าเงินเฟ้อสูงกว่าผลตอบแทนที่ได้รับ
คำนวณผลตอบแทนเฉลี่ยหลายปีมีสองวิธีที่ให้ค่าต่างกัน — AM ใช้ประมาณผลตอบแทนคาดหวังปีถัดไป ส่วน GM สะท้อนผลตอบแทนจริงที่ได้รับตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา (คิดผลทบต้น)
AM ≥ GM เสมอ · AM = GM ก็ต่อเมื่อ r₁ = r₂ (ผลตอบแทนเท่ากันทุกปี) — ยิ่งผลตอบแทนแต่ละปีแกว่งมาก ส่วนต่างระหว่าง AM กับ GM ยิ่งมาก เป็นจุดที่ข้อสอบชอบหลอก
ตั๋วเงินคลังและตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้นมักขายแบบหักส่วนลด (Discount Basis) ไม่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ต้องแปลงส่วนลดเป็นอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงก่อนเปรียบเทียบกับตราสารอื่น และอย่าลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย
ต้นทุนซื้อ = ราคาหน้าตั๋ว − ส่วนลด · ดอกเบี้ย/ส่วนลดจากตราสารหนี้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% (Final Tax) เสมอสำหรับบุคคลธรรมดา → ผลตอบแทนหลังภาษี = ผลตอบแทนก่อนภาษี × 0.85
ใช้เปรียบเทียบความเสี่ยง "ต่อหน่วยผลตอบแทน" ระหว่างสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยไม่เท่ากัน — เหมาะกว่าการดู SD เปล่าๆ เมื่อสองสินทรัพย์มีผลตอบแทนคาดหวังต่างกัน
CV ยิ่งต่ำยิ่งดี (ความเสี่ยงต่อหน่วยผลตอบแทนน้อยกว่า) — ใช้เปรียบเทียบสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนคาดหวังไม่เท่ากันได้แม่นยำกว่าการเทียบ SD ตรงๆ
สามวิธีหลักในการหามูลค่าที่เหมาะสม (Intrinsic Value) ของหุ้น เพื่อเทียบกับราคาตลาดว่าหุ้นถูกหรือแพง — DDM อิงกระแสเงินปันผลในอนาคต ส่วน P/E และ P/BV เป็นวิธีเทียบสัดส่วน (Relative Valuation) กับกำไรหรือมูลค่าทางบัญชี
g = อัตราการเติบโตของเงินปันผล · Rs = อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ (ต้อง Rs > g เสมอ) · ถ้าราคาที่ประเมินได้สูงกว่าราคาตลาด แปลว่าหุ้น "ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง" (Undervalued) น่าสนใจซื้อ
มูลค่า Warrant ประกอบด้วยมูลค่าที่แท้จริง (ส่วนต่างที่ใช้สิทธิได้กำไรทันที) บวกมูลค่าเวลา (ความคาดหวังว่าราคาหุ้นจะขยับต่อก่อนหมดอายุ) ส่วน Premium บอกว่าตลาดยอมจ่ายแพงกว่ามูลค่าที่แท้จริงกี่ % เทียบกับราคาหุ้น
S = ราคาหุ้นอ้างอิงปัจจุบัน · X = ราคาใช้สิทธิ · W = ราคาตลาดของ Warrant · Premium สูง = ต้องรอราคาหุ้นขึ้นอีกมากกว่าจะคุ้ม (ความเสี่ยงสูงกว่า)
ส่วนที่คนสอบตกบ่อยที่สุดไม่ใช่เพราะยาก แต่เพราะโจทย์ชอบถามแบบ "ข้อใดไม่ถูกต้อง" หรือ "ข้อใดไม่ควรทำ" — หลักการทั่วไปที่ต้องยึดไว้คือ:
ตัวเลขและสัญลักษณ์เหล่านี้ออกสอบเป็นข้อ "จำตรง ๆ" บ่อยมากในส่วนที่ 3 — ไม่ต้องคำนวณ แค่จำให้แม่น
เส้นแบ่งสำคัญอยู่ที่ BBB/BB — ต่ำกว่า BBB ถือเป็นตราสารความเสี่ยงสูง (Speculative/High Yield)
| DW | Warrant | |
|---|---|---|
| อายุ | ไม่เกิน 2 ปี | ไม่เกิน 10 ปี |
| ผู้ออก | สถาบันการเงิน | บริษัทเจ้าของหุ้นเอง |
| ที่มาของหุ้น | ซื้อขายใน SET | ออกหุ้นใหม่เมื่อใช้สิทธิ |
| ประเภทสิทธิ | มีทั้ง Call และ Put | ส่วนใหญ่เป็น Call |
| ช่วงราคา (บาท) | Tick ขั้นต่ำ |
|---|---|
| ต่ำกว่า 2 | 0.01 |
| 2 – 5 | 0.02 |
| 5 – 10 | 0.05 |
| 10 – 25 | 0.10 |
| 25 – 100 | 0.25 |
| 100 – 200 | 0.50 |
| 200 – 400 | 1.00 |
| 400 ขึ้นไป | 2.00 |
ความเสี่ยงหลักที่ออกสอบ 11 ด้าน: อัตราดอกเบี้ย (ราคาสวนทาง Yield) · เครดิต (ผิดนัดชำระ) · สภาพคล่อง · การไถ่ถอนก่อนกำหนด · Yield Curve เปลี่ยนรูป · อัตราเงินเฟ้อ · อัตราแลกเปลี่ยน · เหตุการณ์ไม่คาดฝัน · กฎหมาย · ความเสี่ยงประเทศ · ไม่เข้าใจลักษณะตราสารที่ซับซ้อน
ใช้ประกอบการวิเคราะห์เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และบริษัท (ส่วนที่ 1) และการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิคเบื้องต้น
โครงสร้างและเกณฑ์ให้คะแนนเหมือนข้อสอบจริงทุกส่วน ใช้ฝึกจับเวลาและวัดว่าผ่านเกณฑ์ทั้งสองข้อพร้อมกันหรือยัง
อ้างอิงโครงสร้างข้อสอบจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ: สถาบันฝึกอบรม ATI-ASCO, thaipfa.co.th, kititouch.com และบทความรีวิวผู้เข้าสอบจริง สืบค้นเดือนกันยายน 2569 — เนื้อหาทั้งหมดจัดทำโดย SPACEZ เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้รับการรับรองจาก TSI, ATI-ASCO หรือสำนักงาน ก.ล.ต. แต่อย่างใด และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน